วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

Antivirus



                                             [ Antivirus ]

ไวรัสคืออะไร


      ไวรัส คือ โปรแกรมชนิดหนึ่ง ทีถูกสร้างขึ้นโดย มีวัตถุ ประสงค์เพื่อการก่อกวน ทำให้เกิด ความ เสียหาย เ่ช่น ทำลายข้อมูล ไม่สามารถเปิดใช้ งานคอมพิวเตอร์ หรืออาจทำให้คอมพิวเตอร์ ทำงานช้าลง ปัจจุบันการใช้งานอีเมล์เป็นที่แพร่หลายมาก ทำให้มีผู้ไม่ประสงค์ดี สร้างไวรัสผ่านมาทางอีเมล์ เป็นต้น

ประเภทของไวรัส

1.แบ่งตามแหล่งที่ซ่อน
- ไวรัสบูตเซ็กเตอร์
- ไวรัสติดที่ตารางพาร์ทิชั่น
- ไวรัสที่ติดแฟ้ม
2.แบ่งตามลักษณะการทำงาน
- ไวรัสประเภทก่อกวน
- ไวรัสประเภททำลาย

     ทั้งนี้การแบ่งประเภทไวรัสของแต่ละคน อาจมีการแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สำหรับตัวอย่างรายชื่อไวรัสว่ามีอะไรบ้าง เราจะสามารถดูได้จากในตัวโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเอง เช่น Mcafee VirusScan, Norton Anti-Virus, PC-Cillin, Dr. Solomon Anti-Virus, F-Prot Anti-Virus, Panda Anti-Virus ดูในหัวข้อ Virus List

วิธีการป้องกันไวรัส
1. ติดตั้งโปรแกรมกำจัดไวรัส และตรวจสอบเป็นประจำ
2. ปรับปรุง หรืออัปเดทโปรแกรมกำจัดไวรัส
3. ปรับปรุง หรืออัปเดท O.S. เช่น Windows, Linux เป็นต้น
4. ปรับปรุง หรืออัปเดทโปรแกรมในการตรวจรับ Mail
5. ปรับปรุง หรืออัปเดทโปรแกรม Browser เช่น Internet Explorer เป็นต้น
6. ตรวจสอบแแผ่นดิสก์จากการใช้งานร่วมกับผู้อื่น
7. สังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
8. หลีกเลี่ยงการ ก๊อปปี้โปรแกรมจากภายนอก
9. จัดทำแผ่น Boot เพื่อใช้สำหรับกรณีมีปัญหาไม่สามารถเข้า Windws ได้

ขั้นตอนในการป้องกันไวรัส
      ปัจจุบันการใช้งานอินเตอร์เน็ต ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่หลายๆ คน และหลายๆธุรกิจจะขาดเสียมิได้ และถือเป็นช่องทางที่ผู้คิดค้นไวรัสชอบมากที่สุด เนื่องจากสามารถแพร่กระจายได้พร้อมกันทั่วโลกเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่จำเป็นต้องใช้งานคอมฯ ในส่วนของ อินเตอร์เน็ต หรือมีเพื่อนร่วมงานใช้อินเตอร์เน็ตด้วยละก็ ก็คงจะต้องระวังตัวไว้ให้ดี
      ส่วนวิธีการป้องกันแบบได้ผลดีมาก เป็นที่นิยม และมีความเสี่ยงน้อยสุด (แต่ไม่รับรอง 100% ว่าจะไม่ติดไวรัส) ให้ทำตาม 3 ขั้นตอน ดังนี้

1. ติดตั้งโปรแกรม Firewall
ซึ่งเป็นโปรแกรมในการป้องกัน hacker ได้ดีมาก ซึ่งมีทั้งที่เป็น hardware และ software สำหรับ software อาจหาฟรี download ได้จากเว็บไซท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Sygate Personal Firewall, ZoneAlarm ซึ่งเป็น freeware ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก ถ้าสนใจเราก็ทำลิงค์สำหรับการ download ไว้ให้แล้วที่หน้า Anti-Virus (สำหรับองค์กรใหญ่ๆ มักมีการติดตั้ง Firewall ไว้แล้ว ดังนั้นอาจไม่จำเป็นต้องติดตั้งเพิ่มเติมอีกก็ได้

2. Update Windows ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
โดยเรียกใช้โปรแกรม Windows Update แบบอัตโนมัติ ที่มีมากับ Windows ที่คุณใช้งานอยู่ เพื่อเป็นการป้องกันช่องโหว่ของโปรแกรม Windows ที่พวก hacker ค้นพบ แต่ต้อง update online ผ่านอินเตอร์เน็ต เท่านั้น (เนื่องจากมีการ update บ่อยมาก อาจมีการ update ทุกวันเลยทีเดียว)

ขั้นตอนการเรียกโปรแกรม Windows Update

- คลิกปุ่ม Start เลือก Settings
- คลิกเลือก Control Panel
- ใน Windows 2000 จะมีไอคอน Automatic Updates ให้คลิกเลือกได้เลย
- ใน Windows XP จะอยู่ทีแถบด้านซ้ายมือชื่อ Windows Update

หลังจากนั้นจะมีการรายงานว่ามีโปรแกรมอะไรบ้างที่จะต้อง update เราสามารถคลิกเลือกรายการที่ต้องการ update ได้ (ถ้าไม่ทราบให้เลือกทั้งหมด) หลังจากนั้นโปรแกรมจะเริ่ม download และติดตั้งให้จนกระทั่งเสร็จ โดยทั่วไปจะต้องมีการ restart windows ใหม่หนึ่งครั้ง

ส่วนการ update แบบอัตโนม้ตินั้น สามารถกำหนดให้ update ทุกๆ ชั่วโมง ทุกวัน หรือเวลาใดก็ได้

3. ติดตั้งและ Update Anti-Virus โปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะในส่วนของ DAT & Engine สามารถอ่านรายละเอีดยเพิ่มเติมได้จากหน้า Anti-Virus

Pattern / DAT / Engine คืออะไร
Engine และ DAT หมายถึงอะไร
ENGINE หมายถึง คำสั่ง เครื่องมือ หรือเทคนิควิธีการในการจัดการไวรัส
DAT File หมายถึง ข้อมูลหรือวิธีการหลบซ่อนของไวรัส (บางค่ายเรียก DAT ว่า Pattern)
โดยปกติเมื่อเรามีการติดตั้งโปรแกรม ป้องกันและกำจัดไวรัสแล้ว ในส่วนของ Engine และ DAT ไฟล์ที่มี อาจจะยังไม่ update ล่าสุด ทั้งนี้เนื่องมาจาก virus มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราควรทำการ update Engine & DAT ไฟล์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเราสามารถ update โดยตรงผ่านทาง internet ได้

ทำความรู้จัก Live Update
      หลังจากที่คุณได้มีการเลือกว่า คุณจะใช้โปรแกรมอะไรในการติดตั้งในระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อใช้ในการป้องกันไวรัสแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดเสียมิได้ในการทำให้โปรแกรม Anit-virus ของคุณ สามารถป้องกันไวรัสได้ดี นั่นคือ การ Update ตัวโปรแกรมเอง กับ การ Update ไฟล์ข้อมูลไวรัส (ที่เราเรียกว่า DAT File, หรือ Pattern File)

      โดยปกติตัวโปรแกรม Anti-virus มักจะไม่ค่อย Update บ่อยมาก ยกเว้นกรณีมีไวรัสตัวแปลกๆ ใหม่เข้ามา ซึ่งตัวโปรแกรมเดิมอาจไม่สามารถแก้ไขได้เต็มประสิทธิภาพ แต่สำหรับไฟล์ DAT นั้น จะต้องมีการ update บ่อย อย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้ง ซึ่งเราจะมีวิธีในการ update ได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่อยากแนะนำ คือการทำ Live Update

Live Update เป็นวิธีการหนึ่งที่ผู้ผลิตโปรแกรม Anti-virus นิยมนำมาใช้ เพื่อใช้ในการ update DAT ไฟล์ แบบอัตโนมัติ ผ่านทาง internet โดยปกติโปรแกรมจะทำการติดตั้งระบบ Live Update นี้พร้อมกับตัวโปรแกรม Anti-Virus เอง และจะทำการตรวจสอบ อาจเป็นทุกๆ สัปดาห์ หรือทุกครั้งที่มีการ online Internet และถ้าโปรแกรมพบว่า DAT ไฟล์นั้น ไม่ทันสมัย ตัวโปรแกรม Anit-virus ก็จะ update ให้อัตโนมัติ

จะทราบได้อย่างไรว่า Updated แล้วหรือยัง !
1. เปิดโปรแกรม Anti-virus ที่คุณใช้งานอยู่ จากนั้นคลิกที่เมนู Help คลิกเลือก About



จากภาพประกอบนี้เป็นของโปรแกรม PC-cillin 2000 (เป็นโปรแกรม Anti-virus ตัวหนึ่งที่เป็นที่นิยม) จะเห็นตัวเลขต่างๆ ให้ดูที่ Pattern Number ซึ่งเป็นตัวเลขบอกว่าเรา update ถึงตัวไหน

2.อีกวิธีหนึ่ง ให้ทดสอบโดยการกดปุ่ม Live Update แทนการทำอัตโนมัติ โดยคลิกเข้าไปที่แท็ปด้านซ้ายชื่อ Update และคลิกเลือกปุ่ม Update Now



ก่อนการคลิกปุ่มนี้ จะต้อง Online Internet เสียก่อนน่ะครับ.. ทั้งนี้ ถ้ามีข้อความขึ้นในลักษณะที่ว่า คุณได้มีการ update ล่าสุดแล้ว นั่นแสดงว่า DAT ไฟล์ของคุณ ทันสมัยอยู่แล้ว

สำหรับผู้ใช้งานโปรแกรมอื่นๆ เช่น Mcafee Virus-Scan, Norton Anti-virus หรือ Panda Anti-Virus เป็นต้น โดยการทำงานของโปรแกรมแล้ว จะมีหลักการทำงานไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นคุณสามารถจดจำวิธีการนี้ ไปใช้งานได้กับทุกๆ โปรแกรม..

อุปกรณ์สำหรับการกำจัดไวรัส

ฮาร์ดแวร์ ได้แก่ แผงวงจรป้องกันไวรัส หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "การ์ดป้องกันไวรัส" การใช้งานก็เพียงแต่ติดตั้งการ์ดนี้ลงในช่อง (Slot) บนเมนบอร์ดแล้วเปิดสวิตช์ บูตคอมพิวเตอร์ แผงวงจรดังกล่าวจะตรวจสอบและทำลายไวรัส ตามขั้นตอนที่ระบุมากับการ์ดป้องกันไวรัส การติดตั้งการ์ดนี้ไว้ตลอดเวลาก็สามารถป้องกันไวรัสได้เช่นกัน แต่การทำงานของคอมพิวเตอร์จะช้าลง เนื่องจากการ์ดจะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการอ่าน - เขียน แฟ้มข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ทุกๆ ครั้ง

ซอฟต์แวร์กำจัดไวรัส ซอฟต์แวร์กำจัดไวรัสนั้นมีผู้ผลิตหลายรายผลิตออกมามีทั้งชนิดที่กำจัด สามารถฆ่าไวรัสได้หลายๆ ตัว กับชนิดที่สามารถฆ่าไวรัสได้เพียงตัวเดียว โปรแกรมเหล่านี้ได้แก่ Scan Virus,PC- Cilling, Norton Antivirus, RTKill, Central Point Antivirus, MSAV,Dr. Solomon.

การตรวจสอบความเสียหายหลังจากไวรัสโจมตี
ได้แก่ การกู้ไฟล์คืนมาจากการทำลายของไวรัส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสียหายที่ได้รับจากไวรัส บางครั้งหากไวรัสทำลายข้อมูลเป็นปริมาณมากๆ อาจต้องติดตั้งชุดข้อมูลสำรองลงไปแทนหรือหาก Application Software ที่ติดตั้งไว้แล้วถูกทำลายก็ต้องติดตั้ง Application ลงไปใหม่

วิธี Update DAT file แบบ Manual
กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการทำ Live Update เพื่อให้โปรแกรม Anti-Virus ของคุณทันสมัยอยู่เสมอในการกำจัดไวรัส (ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านหัวข้อ Live Update กรุณากลับไปมาก่อนสักนิดน่ะครับ) เรายังวิธีการอื่นอีกในการ Update แบบ Manual หรือแบบที่คุณต้อง download และมาติดตั้งเอง สำหรับขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่ยุ่งยากนัก มีดังนี้

ขั้นตอนการ Update DAT, Pattern File ผ่านทาง internet
1.หลังจากต่อ internet แล้ว ให้คุณเข้าไปยัง web site ที่คุณใช้โปรแกรม Anti-Virus อยู่ หรือจะ Click Link ด้านล่างของแต่ละโปรแกรมได้เลยครับ
- Mcafee VirusScan
- Norton Anti-Virus
- PC-Cillin
- PANDA Anti-Virus
2.รายละเอียดที่จะกล่าวต่อไป จะขอยกตัวอย่างของ Norton Anti-virus
3.เริ่มต้นให้คลิก Link ด้านบนของ Norton Anti-virus จะได้ดังภาพ



กรณีนี้เหมาะสำหรับเครื่องคอมฯ ที่มีโปรแกรม Norton ติดตั้งอยู่ ให้คลิกเลือกไฟล์ที่ชื่อ 20030528-001-i32.exe ได้เลย (ชื่อไฟล์นี้จะเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นกับว่ามีการ update DAT บ่อยแค่ไหน

4.แต่ถ้าคุณต้องการ download และ copy ไปใช้คอมฯ เครื่องอื่นๆ โดยต้องการ copy ใส่แผ่นดิกส์ ให้เลื่อนไปดูข้อมูลส่วนล่าง ดูจากภาพประกอบดังนี้



รายชื่อไฟล์ที่เห็นอยู่นี้ จะมีรายละเอียดเหมือนกับไฟล์ ด้านบน แต่มีการแบ่งขนาดไฟล์ให้เล็กลง เพื่อให้สามารถ copy ใส่ดิกส์ได้ ในที่นี้จะมีไฟล์ทั้งหมด 4 ไฟล์ ให้ download มาเก็บไว้ทีละไฟล์

5.หลังจากได้แล้ว ถ้าต้องการเริ่มติดตั้ง DAT ไฟล์ ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ที่ download มา รอสักครู่ โปรแกรมก็จะติดตั้งให้อัตโนมัติ
6.ควร restart เครื่องคอมฯ ใหม่ทุกครั้งก่อนเริ่มใช้งาน..
7.ถ้ายังไม่แน่ใจ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ให้คลิกเลือกไฟล์ที่ชื่อ update.txt ในส่วนล่างของเว็บไซท์ Norton Anti-virus ได้เลยครับ..

Application

Application คืออะไร พิมพ์

Application คืออะไร พิมพ์
          ในเทคโนโลยีสารสนเทศ Application เป็นการใช้เทคโนโลยีระบบ หรือผลิตภัณฑ์

          คำศัพท์ Application เป็นคำย่อของ application program หรือโปรแกรมประยุกต์ ซึ่งโปรแกรมประยุกต์
เป็นโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบให้ทำงานด้วยหน้าที่ที่เจาะจงโดยตรงสำหรับผู้ ใช้ หรือในบางกรณี สำหรับโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ ตัวอย่าง ของโปรแกรมประยุกต์ เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ (word processing เช่น MS Word) ฐานข้อมูล web browser เป็นต้น โปรแกรมประยุกต์ใช้บริการจากระบบปฏิบัติการและโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ ส่วนการขอและวิธีการตามแบบแผนของการติดต่อกับโปรแกรมอื่นด้วยการใช้โปรแกรม ประยุกต์อื่น เรียกว่า application program interface (API)
 

สำหรับผู้ที่ต้องการนำบทความไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของท่าน
          ทางเรายินดี และอนุญาตให้นำไปใช้ได้ แต่ขอการ อ้างอิง กลับมายังเว็บแห่งนี้ด้วยนะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ครับ :)


ตระกูล mac

ตระกูล Mac


ได้ยินแล้วก็น่าคิดเหมือนกันสำหรับข่าวที่ทาง macotakara.jp รายงานออกมาว่า Apple มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าอะไรซักอย่างที่จะเป็นการแตกแขนงออกมาจากตระกูล Mac ที่มีอยู่ โดยสินค้าดังกล่าวจะไม่ใช่ของเก่าเอามาอัพใหม่ แต่จะเป็นอุปกรณ์ตัวใหม่จริงๆ ที่ตั้งชื่อขึ้นมาใหม่เลย

อัพกันด่วน! Twitter for Mac อัพเดทเวอร์ชั่น 2.1 แล้ว!


เชื่อว่าหลายๆ คนที่ใช้เครื่อง Mac และชอบเล่น Twitter น่าจะเคยได้ลงโปรแกรม Twitter for Mac จาก Mac App Store ไปไม่มากก็น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้เราจะเจอปัญหาจุกจิกเช่นการขยับเลื่อนหน้าต่างโปรแกรมทำได้ยาก และการย้อนกลับไปยังหน้าแรกๆ ก็ค่อนข้างจะงงเล็กๆ ข่าวดีก็คือตอนนี้ Twitter for Mac ได้อัพเดทเป็นเวอร์ชั่น 2.1 แล้ว โดยมีการปรับหน้าตาใหม่ และเพิ่มลูกเล่นต่างๆ เข้ามาซึ่งเมื่อทดลองแล้วพบว่าใช้งานง่ายขึ้นจริงๆ ใครใช้เวอร์ชั่นเก่าอยู่รีบตามไปอัพเดทกันได้เลยที่ Mac App Store หรือตามลิงก์ http://itunes.apple.com/th/app/twitter/id409789998?mt=12 นี้ไปได้เลย ส่วนใครอยากตามหรือพูดคุยกับแอดมินขอเชิญได้ที่ http://twitter.com/pondkungz เช่นเดียวกัน :p

Bertrand Serlet กำลังจะออกจาก Apple!

Apple ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Bertrand Serlet, รองประธานอาวุโสด้าน Mac Software Engineering กำลังจะลาออกจาก Apple โดยที่จะมี Craig Federighi, รองประธานด้าน Mac Software Engineering ผู้ซึ่งเป็นคนสำคัญในการพัฒนา Mac OS X ในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนต่อไป ทั้งนี้ทาง Bertrand Serlet ได้กล่าวใว้ว่า
“ผมทำงานกับ Steve มาตลอด 22 ปีที่ผ่านมา และมันเป็นช่วงเวลาที่เยี่ยมยอดมากทั้งที่ NeXT และ Apple แต่ในตอนนี้ผมอยากที่จะโฟกัสไปยังเรื่องของวิทยาศาสตร์มากกว่าการค้นคว้าทำผลิตภันฑ์ใหม่ๆ”
“Craig ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการจัดการทีมพัฒนา Mac OS ของเขาในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และ Lion ก็เป็นอะไรที่สุดยอดมาก ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงและการส่งต่องานของผมไปให้เขาจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น”
ดูแล้วความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบร้ายแรงอะไรมากนัก เนื่องจากทาง Craig Federighi ได้เข้ามามีบทบาทและแบ่งเบาภาระจากทาง Bertrand Serlet ไปมากพอสมควรแล้ว และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทาง Craig Federighi ก็เป็นผู้นำทีมในการพัฒนา Mac OS X เวอร์ชั่นใหม่ๆ รวมไปถึง Mac OS X Lion อีกด้วย ดังนั้นนี่น่าจะเป็นแค่การผลัดใบเข้าสู่ยุคใหม่ ความคิดใหม่ๆ และนวัตกรรมใหม่ๆ เสียมากกว่าการถือว่าเสียบุคลากรไปนั่นเอง

Mac OS X 10.6.7 ออกมาให้อัพเดทแล้ว

Apple ได้ทำการปล่อย Mac OS X 10.6.7 ออกมาให้ได้อัพเดทกันแล้วโดยรายละเอียดในเวอร์ชั่นนี้ก็เป็นการปรับปรุงความสเถียรของระบบและแก้ไขบั๊กทั่วไป เช่นบั๊กเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดใน Mac App Store อีกทั้งยังมีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับพอร์ท Thunderbolt (อาการต่อจอนอกแล้วจอกระพริบเอง) ใน MacBook Pro รุ่นใหม่อีกด้วย
สำหรับรายละเอียดแบบเต็มๆ สามารถตามอ่านได้ที่ http://support.apple.com/kb/HT4472
การดาวน์โหลดสามารถทำได้ผ่านทางเมนู Software Update ของเครื่อง หรือจะดาวน์โหลดโดยตรงก็สามารถทำได้ที่ http://support.apple.com/kb/DL1363 แต่สำหรับผู้ใช้งาน MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดต้องใช้ Bulid พิเศษตัว http://support.apple.com/kb/DL1368 นี้แทน

Articles: แอบส่อง Mac OS X Lion มีอะไรใหม่ในสิงโตตัวนี้!


เตรียมเข้าสู่โลกยุคใหม่แห่ง OS กันอีกครั้งสำหรับก้าวต่อไปของ Mac OS X ซึ่งใช้รหัสรุ่นต่อไปว่า 10.7 “Lion” ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยรายละเอียดกันคร่าวๆ เท่านั้น แต่ล่าสุดทาง Apple ได้ปล่อยตัว Lion Developer Preview ให้สำหรับเหล่านักพัฒนาโปรแกรมบน Mac ได้ทดลองใช้กันแล้ว ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้มีการเปิดเผยถึงราายละเอียดและสิ่งใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมามากมายชนิดที่ว่าฉีกล้ำนำคู่แข่งในด้านความทันสมัยไปอีกหลายช่วงตัวอยู่ ซึ่งจะมีอะไรน่าสนใจเพิ่มมาจากเดิมบ้างนั้น ทาง thaimacupdate ขออาสาพาทัวร์กันหน่อยแล้วกัน

หรือปิกัสโซ่จะเป็นผู้ให้กำเนิดภาพไอคอนของ Finder?


เชื่อว่าใครหลายๆ คนน่าจะรู้จัก ปาโบล ปิกัสโซ่ จิตรกรเอกชาวสเปนผู้สร้างผลงานภาพวาดและงานศิลปะชื่อก้องโลกใว้มากมาย ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะเข้ามาเกี่ยวอะไรกับเรื่องของวงการ Mac ได้ แต่เมื่อไม่นานมานี้มีคนค้นพบอะไรบางอย่างถึงภาพวาดภาพหนึ่งของปิกัสโซ่ ที่พอเป็นไปได้ว่าจะเป็นต้นกำเนิดของไอคอน Finder บน Mac OS ที่เราใช้กันทุกวันนี้นี่เอง

Apps Review: Angry Birds for Mac


เปิดตัวกันไปได้ไม่นานกับ Mac App Store ที่มาพร้อมกับเกมมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่เกมยอดฮิตอย่าง Angry Birds ที่เราสามารถซื้อมาเล่นได้ในราคา $4.99 (ราคาโปรโมชั่นลด 50%) และแน่นอนว่าหลายๆ คนน่าจะเกิดอาการลังเลว่ามันจะสนุกไหม จะต่างอะไรกับที่เราเล่นบน iPhone หรือ iPad รึเปล่า? ดังนั้นวันนี้ทาง thaimacupdate ก็ขออาสาพาทัวร์ไปกับ Angry Birds ฉบับเกิดใหม่บน Mac OS X กันเลย!

รอประเทศผมด้วยครับ! Apple จดสิทธิบัตรการบู๊ทเครื่องผ่าน Network ที่อาจนำไปสู่ Cloud-based Mac OS X ในอนาคต?


น่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางของอนาคตสำหรับการที่ Apple เพิ่งไปจดสิทธิบัตร ”ระบบการควบคุมดูแลระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่บูทผ่านระบบเครือข่าย” หรือเรียกให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือระบบการยกเอาตัว OS ทั้งหมดของเครื่องไปใว้ซักแห่งบน Network แล้วบูทเครื่องผ่านเครือข่ายเข้าไปใช้งานนั่นเอง

ตระกูล Linux

ระบบการจัดการ Partition ในระบบปฏิบัติการ Linux

ก่อนที่เราจะมาเริ่มต้นใช้ลินุกซ์กัน เราต้องมาทำความรู้จักระบบของ Partition บน Linux กันก่อนครับ ไม่งั้นคุณก็อาจจะประสบปัญหาเดียวกับผม ไม่รู้ว่าอะไรคือ
drive C: drive D: drive E: ประมาณว่า งง นั้นเองเพราะการจัดการโครงสร้างของ Linux นั้น จะไม่เหมือนระบบ Dos และ Windows ที่มีการจักโครงสร้าง disk เป็นแบบ FAT16, FAT32 และ NTFS ที่คนสวนใหญ่ก็มักจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วนะครับ แต่พอมาเป็นโครงสร้างบน Linux และมันชั่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ ซึ่งถ้าคนที่ไม่เคยใช้ก็จะ งง กันไปตาม ๆ กันครับ ไม่รู้ว่าจะแบบอะไรยังไง จะให้ส่วนในมีพื้นเท่าไรอย่างไร และ Partition อันนี้มันคืออะไรหวา ก็อะไรประมาณนั้นแหละครับ แต่ตอนนี้ผมไปเจอคำตอบจาก คู่มือ GrandLinux 5.0 Professional เลยนำมาคัดลอกให้ทุกท่านได้อ่านและทำความเข้าใจระบบโครงสร้างของ disk บนระบบ linux กันครับ

โครงสร้างของ Linux

Written by Administrator

ครับหลังจากที่ทุกท่านได้รู้ประวัติครับเป็นมาของระบบปฏิบัติการ Linux และ Linux ตระกูลต่าง ๆ กันแล้วทีนี้ผมเลยหาข้อมูลความรู้เบื้องต้น ของ linux และ ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้ระบบปฏิบัติการ Linux และเพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูลผมจึงรวบรวมไว้ให้ทุกท่านได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมกันนะครับ
โครงสร้างของระบบปฏิบัติการ linux
ลีนุกซ์ที่ ไลนัสและนักพัฒนาร่วมกันพัฒนาขึ้น เป็นเพียงส่วนที่เรียกกันว่า เคอร์เนล (Kernel) หรือแกนการทำงานหลักของระบบ แต่เคอร์เนลไม่สามารถทำงานตามลำพังได้ต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมและอุปกรณ์ อื่นๆ ดังรูป
หลังจากรู้จักประวัติของ Linux ของประเทศอื่น ๆ กันมาแล้วทีนี้เราก็เลยสงในว่ามันจะมี Linux ที่พัฒนาโดยคนไทยกันบ้างหรือไม่ เพื่อคลายข้อส่งในให้ทุกท่านผมเลยค้นหาข้อมูลประวัติความเป็นมาของ Linux ที่พัฒนาโดยคนไทยมารวบรวมไว้ให้ทุกท่านศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลกันง่ายยิ่งขึ้นครับ
Linux TLE
ประวัติของ Linux TLE
ลินุกซ์ทะเล (LinuxTLE) คือชื่อของระบบปฏิบัติการในลักษณะของลินุกซ์ที่ปัจจุบันพัฒนาต่อมาจากอูบุนตุโดยเพิ่มความสามารถภาษาไทย ปัจจุบันพัฒนาโดยเนคเทค โดยรุ่นปัจจุบันคือ ลินุกซ์ทะเล 9.0 รหัสว่า "หัวหิน" ที่เน้นการใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ทั้งการใช้ที่บ้าน ที่สำนักงาน ในสถานศึกษา สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้งคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์พกพา
หลังจากที่เราได้รู้จักประวัติความเป็นมาของ ระบบปฏิบัติการ Linux กันมาบ้างแล้ว ทีนี้เราการมาดูกันนะครับว่า ประวัติของ Linux ตระกูลต่าง ๆ หลัก ๆ มีอะไรกันบ้าง
redhat linux
Red Hat Linux(http://www.redhat.com/)
บริษัท เรดแฮ็ท เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มโปรแกรมเมอร์ ในแถบนอร์ธ-แคโลไลนาในสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างดิสตริบิวชั่นของ Linux ที่มีการติดตั้งและการใช้งานให้ง่ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
Friday, 20 August 2010 04:36

Linux คืออะไร

Written by Administrator
Linux คืออะไร
หลาย ๆ คนอาจเคยสงใสว่า Linux คืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมจึงเรียก Linux มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเกิดขึ้นเพราะอะไร ถ้าจะให้อธิบายแบบเข้าใจกันแบบง่ายเลยก็ Linux คือระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์อีกระบบหนึ่ง เหมือน Windows หรือ OSX ของ MAC และอื่น ๆ อีกไม่น้อยครับ แต่จะให้อธิบายแค่นี้ก็คงไม่เป็นที่หน้าสนใจและจุงใจอะไรได้ เพื่อคลายความสงใส่เราจะมาเจาะลึกกันเลยครับว่า ระบบปฏิบัติการ Linux คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร มีการทำงานเป็นอย่างไร

ลินุกซ์(Linux) [อาจจะออกเสียงว่า ไลนักซ์,ลินุกซ์ หรือ ลีนุกซ์]
คือ ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับ Windows ( 95/98/Me/NT/2000/XP ) ,OS/2 หรือ Unix ระบบอื่นๆ ซึ่งได้พัฒนามาจาก Minix ( Unix ที่ใช้บนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ) โดยสามารถทำงานได้ทั้งแบบหลาย ๆ งานพร้อมกัน ( Multitasking )  และการทำงานแบบหลาย ๆ ผู้ใช้งานพร้อม ๆ กัน (Multiuser)
ประวัติลินุกซ์
ในช่วงปี ค.ศ. 1987 ศาสตราจารย์ Andrew S.Tanenbaum ได้ออกแบบสร้าง ยูนิกซ์สำหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งบนเครื่อง PC,Mac,Amiga โดยให้ชื่อว่า Minix และยังแจกซอร์สโค้ดฟรีให้แก่นักวิจัยเพื่อนำไปพัฒนาต่อ

ตระกูล windows

 


เราพูดถึงวินโดวส์มาก็นาน
คุณรู้หรือไม่คะว่าคำว่า วินโดวส์ หรือ Windows ที่เราพูดถึง
จะต้องขึ้นต้นด้วย W ตัวพิมพ์ใหญ่ และลงท้ายด้วย s นะคะ
ก็ไม่ได้อะไรมากมาย เพียงเพราะเป็นชื่อเฉพาะที่ใช้เรียก
เจ้าตัวผลิตภัณฑ์ Microsoft Windows นั่นเองล่ะค่ะ
จากคราวที่แล้ว ที่เรานับเลขปีมาถึง 2003
กับเจ้า Windows Server 2003 แล้ว คงยังจำได้นะคะ
วันนี้เราจะพาเข้าสู่ยุคปัจจุบัน บัดเดี๋ยวนี้แล้วล่ะค่ะ
คุณๆ รู้มั๊ยคะ ว่าปัจจุบันนี้ เจ้าวินโดวส์ที่มีขายคือเวอร์ชั่นอะไร
ฮั่นแน่ จะเดาชื่อตามเลขปีอีกรึเปล่าคะ ... ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ 2007
แต่จริงๆ แล้วเป็นชื่อพิลึกอีกชื่อแล้วค่ะ ไม่ได้มีแค่ตัวย่อแบบที่
ใช้กับเวอร์ชั่นผ่านๆ มาด้วยนะคะ ชื่อนั้นคือ Vista อ่านว่า วิสต้า ค่ะ
Windows Vista เพิ่งจะมีการนำออกมาจำหน่ายให้ได้ใช้กัน
เมื่อปลายปีที่แล้วนี่เองค่ะ เป็นตระกูลวินโดวส์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปค่ะ
ก็ต่อจาก Windows XP นั่นไงคะ
บางคนคงจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว บางคนลองใช้เรียบร้อย
แต่บางคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นค่ะ เลยเอารูปตัวอย่างมาฝาก
หน้าตาเป็นฉะนี้ค่ะ

Windows Vista เป็นน้องใหม่ล่าสุด ที่มีความอลังการเพิ่มมา
อีกขั้นจาก Windows XP ค่ะ หน้าตาท่าทางจะต่างออกไป
แล้วก็ลืมไม่ได้ที่จะถามถึงวินโดวส์ตระกูลเซิร์ฟเวอร์จริงมั๊ยคะ
สำหรับปัจจุบันนี้ เจ้า Windows Server 2003
ก็ยังคงอยู่ตามท้องตลาดให้ได้เห็นหน้าตาที่คุ้นเคยอยู่ค่ะ
แต่อีกไม่นาน ก็คงจะมีน้องใหม่คลอดมาให้ได้ซื้อใช้เหมือนกันค่ะ
น้องใหม่รายนี้ มีชื่อจริงว่า Windows Server 2008
ก็ตั้งชื่อเอาไว้ตามปีล่ะค่ะ มุขเดิม ก็คงกะว่าจะวางขายปี 2008
แต่ระยะนี้บางคนก็ได้ลองรุ่นทดสอบไปบ้างแล้ว
แล้วก็เรียกชื่อเล่นกันอย่างคุ้นปากว่า Longhorn อ่านว่า ลองฮอร์น ค่ะ
ก็มีการแปลเล่นๆ ว่าเป็นรุ่นเจ้าเขายาวนั่นเอง หน้าตาก็จะแบบนี้ค่ะ

มาสรุปกันนะคะ ว่าทั้งหมดแล้ว Microsoft Windows ที่เราชาวบ้านทั่วไปรู้จัก มีชื่อดังต่อไปนี้ค่ะ
ตระกูลของผู้ใช้งานทั่วไป
Windows 1.0
Windows 2.0
Windows 3.x
Windows 95
Windows 98
Windows ME
Windows XP
Windows Vista
ตระกูลของเซิร์ฟเวอร์
Windows NT
Windows 2000
Windows 2003
Windows 2008 (Longhorn)

การ set Network

การ Set Network แบบง่ายๆหลังจากที่ต่อสายแลน แล้ว

1.        Add “NWLink IPX /SPX ให้กับการ์ดแลน

-          คลิ๊กขวาที่ My
Network Place
เลือกที่ Prooerties จะมีหน้าต่าง Network Connection ขึ้นมา

-          ให้คลิ๊กขวาที่ Local Area Connection เลือก Propertiesจะมี หน้าต่าง Local Area Connection Properties ขึ้นมา

-          คลิ๊กที่ Install จะนั้นจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้คลิ๊กที่ Protocol แล้วคลิ๊กที่ Add

-          จากนั้นจะมีหน้าต่างขึ้นมาอีกให้คลิ๊กที่ NWLink IPX/SPX แล้ว  OKจากนั้นก็ คลิ๊กที่ Close หรือ OK

2.        ปิดระบบ  Windows Firewall (ระบบป้องกันทางเน็ทเวิร์ค)

-          ตอนนี้เราจะยังอยู่ในหน้าต่าง Network Connection ให้คลิ๊กที่ Change Windows Firewall Setting ที่อยู่ในเมนูด้านซ้ายมือ

-           จะมีหน้าต่าง Windows Firewall  ขึ้นมาอีกให้เลือกมาที่ OFF (ตัวสีแดง) แล้ว  OK

3.        เปลี่ยนชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์

-          คลิ๊กขวาที่ My Computer เลือก Properties จะมีหน้าต่าง System Properties ขึ้นมา

-          คลิ๊กที่แท๊ป Computer Nameแล้วดูที่ บรรทัด Full Computer Name  จะมีชื่อเขียนเอาไว้

-          ให้เปลี่ยนชื่อให้มันดูง่ายๆๆเช่น Com1 ,User1

-          การเปลี่ยนชื่อให้คลิ๊กมาที่ Change แล้วใส่ชื่อลงไปขากนั้น OKแล้ว OK จากนั้นเครื่องจะให้รีสตาร์ท  OK 

การ Share ข้อมูล (จะ Share ได้เฉพาะ Drive , หรือ Folder เท่านั้น)

        - ให้เปิดเข้าที่ My Computer คลิ๊กขวาที่ Drive , หรือ Folder แล้วเลือกมาที่ Sharing And Security

        -  มีหน้าต่างขึ้นมาจากนั้น คลิกที่ตัวหนังสือสีน้ำเงิน ที่เขียนว่า If You Under Stand

        -  จากนั้น คลิกที่ตัวหนังสือสีน้ำเงิน ที่เขียนว่า If You Under Standอีกครั้งนึง

        -  จากนั้นเลือก Just  Enable  File Sharing แล้ว OK

 -  คลิ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่องR ShareThis Folder On The Network  เอาไว้ใช้อ่านข้อมูลได้อย่างเดียว

 -  ในช่อง Share Name ก็ให้ใส่ชื่ออะไรก็ได้ที่ง่ายๆ เช่น  A , B ,C , D

 -  ส่วนช่อง RAllow Network To Change My Files สามารถแก้ไขหรือลบข้อมูลจากระบบแลนได้เลยจากนั้น OK

การ Link เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยูในระบบแลน มี 2วิธี

        1. ให้เปิดหน้าต่างไหนก็ได้ที่มีช่อง Address แล้วให้พิมพ์ลงไปในช่อง Adress ว่า      \\com1, \\user1  ใส่ Backslade 2อัน แล้วตามด้วยชื่อเครื่อง

         2. เปิดหาใน My
Network Place
ก็ได้ คลิ๊กที่ View Workgroup Computer ตรงแถบด้านขวา ในหน้าต่าง My Network Place จากนั้นก็จะมี เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่ในระบบแลน แสดงขึ้นมาให้เราเห็น แล้วเราก็คลิ๊กเข้าไปในเครื่องนั้นๆได้
ว่าจะเขียน Review GNOME3 vs. Unity แต่ว่าหลังจากลองใช้ดูแล้วก็ยังไม่ค่อยประทับใจทั้งคู่ เลยพักไว้ก่อนดีกว่า พอดีว่าอาทิตย์นี้ พี่อู๋ (พี่ที่ทำงาน) มาสอนเรื่องการติดตั้งโปรแกรมใน Linux ก็เลยเอามาเขียนลง blog ไว้กันลืม
ใน Linux นี่ เราสามารถเอาโปรแกรมมาใช้งานได้ 3 แบบหลักๆ ด้วยกัน คือติดตั้ง Package สำเร็จรูปจาก Software Center, รันจาก Binary โดยตรง และสุดท้ายคือการ Compile จาก Source มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละแบบแตกต่างกันยังไง
1. ติดตั้งจาก Package สำเร็จรูป

อันนี้คือรูปแบบส่วนใหญ่ที่นิยมใช้กัน อย่างเช่นใน Ubuntu ก็จะมี Ubuntu Software Center ซึ่งพอเรากดเข้าไปก็จะมีรายชื่อโปรแกรมพร้อมคำอธิบายปรากฏมาให้เลือกติดตั้ง โดยโปรแกรมที่จะติดตั้งนี้ก็จะมีพวกตัว Binary และ Dependencies มาให้เรียบร้อย
- Binary คือไฟล์โปรแกรมที่ถูก compile เรียบร้อยแล้ว สามารถเรียกใช้งาน (execute) ได้เลย
- Dependencies คือส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมที่จำเป็นในการใช้งานโปรแกรม เช่น พวก library ต่างๆ ถ้าไม่มีจะใช้งานโปรแกรมไม่ได้ ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็เหมือนเวลาที่เราลงเกมใน Windows แล้วมันต้องให้ลง Direct X ด้วยน่ะแหละ
การติดตั้งโปรแกรมจาก Package สำเร็จรูป ก็จะมี 2 แบบ คือดาวน์โหลดจากอินเตอร์เนทและติดตั้งจากไฟล์ Package สำหรับติดตั้ง ในการดาวน์โหลดจากอินเตอร์เนทก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า Software Repository คือแหล่งรวบรวมไฟล์ Package ของโปรแกรมต่างๆไว้ เวลาเราจะติดตั้งโปรแกรมก็จะไปดาวน์โหลดตัว Package ของโปรแกรมมาจาก Repository ที่โปรแกรมนั้นถูกเก็บอยู่ ส่วนแบบที่ 2 คือการดาวน์โหลดไฟล์ Package สำหรับติดตั้ง ซึ่งก็จะเป็นเหมือนกันพวกไฟล์ Setup ของ Windows แหละ โหลดไฟล์มา ดับเบิ้ลคลิก Nextๆๆ เสร็จ ไฟล์พวกนี้ก็จะมีการแบ่งตาม Distribution ที่ใช้ด้วยนะ เช่นพวกสาย Redhat/Fedora/SUSE จะเป็นไฟล์ .rpm แต่ถ้าเป็นพวกสาย Debian/Ubuntu จะเป็นไฟล์ .deb ใช้ข้ามสายกันไม่ได้
หรือถ้าจะสั่งติดตั้งจาก Command line ก็จะต้องใช้ตัว Package Manager มาช่วยในการติดตั้ง เช่น ใน Ubuntu ใช้ apt-get ใน openSUSE ใช้ zypper ซึ่งวิธีการเรียกใช้คำสั่งก็อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง
2. Binary สำเร็จรูป
เป็นโปรแกรมที่ถูก compile มาเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะถูกเรียกใช้งานได้เลย ตัวอย่างเช่น Mozilla Firefox แบบที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บ ซึ่งโปรแกรมที่มาในรูปแบบนี้มีข้อดีคือโหลดมาเสร็จก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา compile ใหม่ แต่ข้อเสียก็มีคือมันอาจจะมีการตั้งค่าบางอย่างที่ไม่ตรงกับระบบของเรา ทำให้อาจจะมีปัญหาในตอนใช้งานได้

3. Compile จาก Source
โดยส่วนใหญ่ โปรแกรมที่เป็นแบบ opensource จะมีให้ลิงก์ดาวน์โหลด source code ของโปรแกรมในหน้าดาวน์โหลดเลย ซึ่งก็จะถูกบีบอัดอยู่ในรูปของไฟล์ tarball (.tar.gz, .tar.bz2, …) ก่อนจะใช้ก็ต้องเอามา untar ก่อน ถ้าใช้ GUI ก็คลิกขวาแตกไฟล์ได้เลย แต่ถ้าใช้ command line ก็ต้องใส่ parameter ตามรูปแบบการบีบอัด
  • tar xvzf สำหรับ .tgz หรือ .tar.gz
  • tar xvjf สำหรับ .tbz หรือ .tar.bz2
  • tar xvf สำหรับ .tar
รูปแบบของ tarball จะเป็นการบีบอัดไฟล์รูปแบบนึง ซึ่งปกติแล้วใน directory นึงจะมีไฟล์หลายๆ ไฟล์อยู่ เราก็เอามา tar เพื่อให้มันเป็นก้อนเดียวกัน หลังจากนั้นก็เอามาบีบอัดเพื่อลดขนาดไฟล์ ซึ่งเทคนิคการบีบอัดก็แล้วแต่ว่าจะใช้แบบไหน เช่น gzip, bzip …
ในตัวอย่างนี้ผมจะลอง compile และติดตั้งโปรแกรม desmume 0.9.7 ซึ่งเป็นโปรแกรม emulator ของเครื่อง Nintendo DS

หลังจากแตกไฟล์เสร็จก็ถึงเวลาของการ compile โปรแกรม ซึ่งก่อนอื่นก็ต้องลงเครื่องมือสำหรับใช้ในการ compile ก่อน โดยถ้าเราใช้ Ubuntu จะมี package ที่ชื่อว่า build-essential ให้เราติดตั้ง
sudo apt-get install build-esential
โดยส่วนใหญ่แล้วโปรแกรมที่ใช้ใน Linux จะถูกเขียนโดยใช้ภาษา C หรือ C++ ซึ่งตัว build-essential นี้ก็จะรวมพวก C กับ C++ Compiler มาให้ด้วยอยู่แล้ว การ Compile โปรแกรมจาก Source หลังจากแตกไฟล์เสร็จ เราจะเจอไฟล์หลักๆ ที่อยู่ใน directory ของโปรแกรม คือ README กับ INSTALL

ไฟล์ README ควรที่จะเปิดอ่านทุกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มทำอะไร เพราะในไฟล์นี้จะอธิบายรายละเอียดต่างๆ ของโปรแกรม, library ที่ต้องมี, หรือขั้นตอนวิธีการ compile จากนั้นก็มาดูที่ไฟล์ INSTALL ซึ่งจะบอกขั้นตอนวิธีการใช้คำสั่งต่างๆ เพื่อ compile และติดตั้งโปรแกรม หลังจากที่อ่านไฟล์ทั้ง 2 แล้ว ก็มาเริ่ม compile กันได้เลย
เปิด Terminal ขึ้นมา เข้าไปที่ path ที่เก็บไฟล์ source ไว้ แนะนำให้ใช้คำสั่ง sudo -i เพื่อเปลี่ยนเป็น root ก่อนจะดีกว่า เพราะอาจจะมีบางโปรแกรมที่ต้องใช้สิทธิ์ของ root ในการ compile และติดตั้ง จากนั้นพิมพ์คำสั่ง
./configure

คำสั่งนี้จะเป็นการปรับแต่งค่าต่างๆ สำหรับเตรียมการ compile โปรแกรม โดยจะเช็คการตั้งค่าต่างๆ ในเครื่องเรา ว่ามี library ที่ต้องการครบมั้ย ถ้ามีมันถูกเก็บอยู่ที่ไหน หรือถ้าไม่มีก็จะแสดงรายชื่อ library ที่ต้องการออกมา เพื่อให้เราติดตั้ง library ดังกล่าวให้เสร็จก่อนที่จะไปขั้นตอนถัดไป
ในขั้นตอนของการสั่ง configure นี้ เราสามารถที่จะใส่ parameter เพื่อกำหนดการตั้งค่าเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเริ่มต้นที่โปรแกรมกำหนดมาได้ เช่น เปลี่ยน path การติดตั้งของโปรแกรมให้ไปลงในที่ๆ เรากำหนด หรือไป link กับ library ที่เราเก็บไว้ในที่อื่นที่ต่างจากค่าเริ่มต้นของโปรแกรม ถ้าสั่ง configure เสร็จแล้วพบว่าไม่มีปัญหาอะไร คำสั่งต่อไปที่ต้องทำคือ
make

เป็นการ compile โปรแกรมเพื่อสร้างไฟล์ binary ขึ้นมา ซึ่งถ้าสั่ง make เสร็จแล้วไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะได้ไฟล์ binary ของโปรแกรมอยู่ใน directory เดียวกับ source ดังนั้นเราเลยต้องสั่งให้โปรแกรมไปอยู่ในที่ๆ ควรจะอยู่โดยใช้คำสั่ง
make install

เพื่อเอาไฟล์ binary ของโปรแกรมไปไว้ในระบบ เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานได้เหมือนโปรแกรมอื่นๆ
เสร็จแล้วก็ลองสั่งรันโปรแกรมดูว่าได้ผลมั้ย ถ้าได้ก็ยินดีด้วย คุณทำสำเร็จแล้ว ;)